ขายของออนไลน์ ที่ไหนนิยมสุด กับ 3(+1) Marketplace ชื่อดัง ที่พลาดไม่ได้

Fastship

ขายของออนไลน์ ที่ไหนนิยมสุด กับ 3(+1) Marketplace ชื่อดัง ที่พลาดไม่ได้

ขายของออนไลน์ จะเริ่มอย่างไรดี แน่นอนว่าการเริ่มต้นขายสินค้ากับอีคอมเมิร์ซ Marketplace ชื่อดัง นับว่าจุดเริ่มต้นแรกที่ใครๆ ก็คิดถึง แต่จะรู้ไหมว่า Marketplace แบบไหนเหมาะที่จะขายใคร และสินค้าแบบไหนถึงจะขายได้ เพราะแต่ละ Marketplace มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป มาดูกัน

Amazon ไม่ได้เป็นแค่ร้านหนังสือ แต่เป็นที่ช้อปปิ้งของคนอเมริกา

Amazon

  • เป้าหมาย : กลุ่มประเทศทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้, กลุ่มประเทศในยุโรป และกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก
  • สินค้าที่ขายดี สินค้าเกี่ยวกับความสวยงาม, สินค้าเทคโนโลยี, ของเล่น, ของใช้ในบ้าน
  • เหมาะสำหรับการขายสินค้าแบบ B2B และ B2C

 

สำหรับการขายสินค้าใน Amazon จะมีจุดเด่นอยู่ คือต้องการขายสินค้าไปยังต่างประเทศเป็นหลัก เพราะ Amazon รองรับการขายสินค้าหลากหลายประเทศมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ กลุ่มประเทศในทวียุโรป รวมไปถึงแถบเอเชียแปซิฟิก Amazon นับว่าเป็นหนึ่งใน E-Commerce Marketplaceที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาดให้กับสินค้าของคุณได้

ส่วนสินค้าที่ขายดีบน Amazon ที่มาแรงที่สุดในช่วงต้นปี 2018 คือกลุ่มสินค้าความสวยความงามเป็นหลัก รองลงมาเป็นกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี ของเล่น ของใช้ในบ้าน สินค้ากลุ่มสัตว์เลี้ยง เสื้อผ้า เรียกว่าหลากหลายวาไรตี้มากๆ อีกทั้งตัว Amazon เองยังเหมาะกับการขายสินค้าในรูปแบบของ B2C (Business to Customer) และ B2B (Business to business) เช่นกัน จึงเหมาะกับการที่ SMEs จะมาเปิดตลาดใน Amazon เป็นอย่างมาก

 

Alibaba มาร์เก็ตเพลส จากแดนมังกร ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับธุรกิจประเภท B2B

Alibaba

  • เป้าหมาย : ชาวจีนในประเทศจีน
  • สินค้าที่ขายดี สาย USB, กระเป๋า Messenger, อุปกรณ์เชื่อมต่อ Bluetooth ฯลฯ
  • เหมาะสำหรับการขายสินค้าในลักษณะของ B2B เป็นหลัก

 

หลายคนอาจรู้อยู่แล้วว่า Alibaba นั้นก่อตั้งโดย แจ็ก หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน ในปีที่ผ่านมานั้น Alibaba มีมูลค่าตามราคาตลาดกว่า 400 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว และกว่า 80% เป็นยอดขายจากในประเทศจีน เรียกว่ามีศักยภาพกำลังซื้อสูงมาก สำหรับคนที่ต้องการขายสินค้าไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะที่เป็นลักษณะแบบ B2B (Business to business) ขายสินค้าจำนวนมากๆ

สำหรับสินค้าที่ติดอันดับขายดีในปี 2017 ที่ผ่านมา อันดับหนี่งคือ สินค้าจำพวกสาย USB รองลงมาคือกระเป๋าทรงเมสเซนเจอร์ อุปกรณ์เชื่อมต่อ Bluetooth ถุงมือสกี กางเกงบ็อกเซอร์ ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเป็นสินค้าที่มักจะใช้ในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น

สินค้าที่มีมักขายใน Alibaba เป็นหลัก มักจะเป็นสินค้าที่มีขนาดเล็ก และมีน้ำหนักเบา เพราะการสั่งซื้อในลักษณะของ B2B จะมีจำนวนหลายชิ้น ทำให้ลดค่าขนส่งได้มากเลยทีเดียว

ขายของออนไลน์ บน Lazada & Shopee

ขายของออนไลน์

  • เป้าหมาย : คนไทยในประเทศไทย และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • สินค้าหลากหลาย คุยง่าย เนื่องจากใช้ภาษาไทยเป็นหลัก
  • เหมาะกับการขายสินค้าในรูปแบบ B2C

 

โดย Shopee เป็น E-Commerce ที่ให้บริการในประเทศไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และเวียดนาม ขับเคลื่อนโดยบริษัท Garena หรือชื่อในปัจจุบันคือ SEA Connecting the dots  จากสิงคโปร์ ซึ่งเราคงรู้จัก Gerena จากการเป็นผู้ให้บริการเกมชื่อดังอย่าง ROV และ LOL รวมไปถึงแอพพลิเคชันวอลเล็ตชื่อดัง AirPay

ส่วน Lazada นั้นเป็น E-Commerce ที่ให้บรการในประเทศไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยในเมื่อปี 2014 นั้น กลุ่มทุนจาก Alibaba ได้เข้าซื้อ Lazada เพราะต้องการเปิดตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากจีน ซึ่งในขณะนั้น Lazada เรียกได้ว่าเป็นเจ้าตลาด E-Commerce ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จะเห็นได้ว่าทั้ง Lazada และ Shopee มีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมากในด้านของ E-Commerce คือเน้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะการขายเป็นในรูปแบบ B2C เป็นหลัก ซึ่งในประเทศไทยนั้นเรียกได้ว่าทั้งคู่เป็นเจ้าตลาดแห่ง E-Commerce ที่แท้จริง

เริ่มส่งของกับบริษัทโลจิสติกส์ระหว่างประเทศชั้นนำอย่าง FastShip คลิกเลย www.fastship.co

ที่มา [1], [2], [3], [4], [5]



Bitnami