fbpx
 

ขั้นตอนการส่งของไปญี่ปุ่น และข้อควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

การส่งของไปญี่ปุ่น

ขั้นตอนการส่งของไปญี่ปุ่น และข้อควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

        คนไทยอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นติด 1 ใน 10 ของประเทศที่คนไทยย้ายถิ่นฐานมากที่สุด เช่นเดียวกับคนญี่ปุ่นที่เข้ามาอาศัยก็ติดอันดับต้นๆเช่นเดียวกัน ดังนั้นการส่งของจากไทยไปญี่ปุ่นจึงเป็นเป็นจำนวนมาก หลายๆท่านต้องการส่งของไปญี่ปุ่นแต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร อะไรส่งได้บ้าง อะไรห้ามส่ง รวมถึงข้อควรรู้อื่นๆ ทั้งหมดรวมเอาไว้ให้แล้วในบทความนี้ค่ะ

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนส่งพัสดุไปญี่ปุ่น

        ญี่ปุ่นค่อนข้างมีความเข้มงวดในการส่งพัสดุเข้าไปในประเทศ ดังนั้นการจะส่งพัสดุเข้าไปยังประเทศญี่ปุ่นจะต้องทำการ Declare สินค้าให้ละเอียดเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นสินค้าอะไร ผลิตจากที่ไหน ผลิตขึ้นมาจากอะไร ซึ่งควรจะระบุข้อมูลให้ละเอียดเพื่อให้การจัดส่งพัสดุไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นไปโดยราบรื่น Fastship แนะนำให้จัดเตรียมรายละเอียดให้ละเอียดดังต่อไปนี้ 

  • Material: ส่วนประกอบและวัสดุที่ใช้ในการผลิต(ตัวอย่างเช่น made from … %)
  • Country of origin: แหล่งที่ผลิตสินค้าชิ้นนั้นขึ้นมา (ตัวอย่างเช่น Thailand)
  • Made for: ผลิตสินค้าชิ้นนั้นขึ้นมาเพื่อใคร (ตัวอย่างเช่น Men, Women)

        ให้ทำการจัดเตรียมข้อมูลทั้ง 3 อย่างนี้ให้เรียบร้อย ตัวอย่างการเตรียมข้อมูลเพื่อ Declare พัสดุที่ต้องการจัดส่งไปญี่ปุ่นคือ “T-Shirt made from cotton 100% origin Thailand for Women” ซึ่งจะนำข้อมูลนี้ไป Declare สินค้า ซึ่งจะต้องเขียนใบ Declare ขึ้นมา คุณสามารถนำข้อมูลที่เตรียมเอาไว้เข้ามากรอกในเว็บไซต์ของ FastShip ในตอนที่คุณสร้างรายการส่งของไปญี่ปุ่นได้ (หรือจะเตรียมข้อมูลมาแจ้งเจ้าหน้าที่) จากนั้นแล้วทาง FastShip จะอำนวยความสะดวกด้วยการนำข้อมูลมาสร้างเป็นใบ Invoice สำหรับแนบพัสดุที่ส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นให้ค่ะ

คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องการส่งของไปญี่ปุ่น

        การส่งพัสดุไปยังประเทศญี่ปุ่นมีข้อควรปฏิบัติอยู่หลายอย่าง เนื่องจากกฎระเบียบและข้อบังคับที่ค่อนข้างเข้มงวด และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา Fastship จึงมีข้อแนะนำ ที่คุณควรปฏิบัติตามเพื่อให้สามารถพัสดุไปเข้าญี่ปุ่นได้อย่างราบรื่น ควรหลีกเลี่ยงการส่งพัสดุบางอย่างตามนี้

  • อาหารส่วนใหญ่ส่งไปญี่ปุ่นไม่ได้ (ติดต่อทีมงานเพื่อขอคำแนะนำจากทีมงานเพิ่มเติมได้)
  • สินค้าประเภทอาหารบางชนิดสามารถจัดส่งได้แต่มีเงื่อนไขในใการจัดส่งเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นอาหารประเภทขนมขบเคี้ยวและลูกอมสามารถจัดส่งได้ แต่จะส่งได้ครั้งละไม่เกิน 20 ชิ้น และรวมน้ำหนักทั้งหมดไม่เกิน 10 กิโลกรัม
  • ไม่สามารถจัดส่งสินค้ามือสองไปยังประเทศญี่ปุ่นได้ สินค้าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจะไม่สามารถจัดส่งได้ทุกกรณี

 

ขั้นตอนการส่งของไปญี่ปุ่น

        หลังจากที่จัดเตรียมข้อมูลเพื่อทำใบ Declare สินค้าแล้ว ตอนนี้คุณก็พร้อมสำหรับการส่งสินค้าไปญี่ปุ่นแล้ว โดยขั้นตอนการส่งสินค้าไปต่างประเทศอย่างละเอียดสามารถศึกษาวิธีการอย่างละเอียดได้ที่บทความ “วิธีส่งของไปต่างประเทศ วิธีเลือกบริการที่เหมาะสม มือใหม่ ทำได้ง่ายๆ” ซึ่งการส่งของไปญี่ปุ่นก็สามารถใช้วิธีการเดียวกันได้ ในบทความนี้จะสรุปขั้นตอนแบบรวบย่อของการส่งพัสดุไปญี่ปุ่นสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลโดยย่อ

  1. ตรวจสอบว่าของที่ต้องการส่งไปญี่ปุ่นนั้นเเป็นของต้องห้ามในการนำเข้าสู่ญี่ปุ่นหรือไม่ หลีกเลี่ยงการส่งอาหารและสินค้ามือสอง รวมถึงของต้องห้ามสำหรับส่งสินค้าไปต่างประเทศ
  2. ตรวจสอบว่าของที่ต้องการส่งไปญี่ปุ่นนั้นจำเป็นต้องใช้เอกสารประกอบการจัดส่งอะไรบ้าง โดยปกติแล้วการส่งของไปญี่ปุ่นจะต้องมีการ Declare สินค้า ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น แต่มีสินค้าบางรายการที่จำเป็นต้องยื่นเอกสารประกอบเพิ่มเติมเช่น MSDS, FDA, สำเนาบัตรประชาชน สามารถสอบถามจากทีมงานของ FastShip เพื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่คุณไม่มั่นใจว่าสินค้าของคุณต้องมีการแนบเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่
  3. เมื่อทำการตรวจสอบสินค้าที่ต้องการจัดส่งรวมถึงเอกสารที่ต้องใช้เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเริ่มต้นทำรายการจัดส่งได้บนเว็บไซต์ FastShip ได้ในทันที สร้างรายการจัดส่งเพื่อระบุว่าคุณต้องการจัดส่งพัสดุไปที่ญี่ปุ่นและเลือกวันเวลาที่ต้องการจัดส่ง เลือก Agent ที่ต้องการใช้บริการ ระยะเวลาในการจัดส่ง เลือกรูปแบบของบริการที่เหมาะสมกับการจัดส่งของคุณ
  4. เมื่อทำรายการบนเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นการแพ็คสินค้าให้เรียบร้อยเพื่อให้พร้อมสำหรับการจัดส่ง ปริ้นใบปะหน้าติดลงบนกล่องพัสดุ
  5. รอทีมงาน FastShip เข้ารับพัสดุที่บ้านของท่าน หรือเลือกที่จะมาดรอปพัสดุที่ไปรษณีย์ใกล้บ้านคุณแล้วแต่วิธีการที่สะดวก
  6. ทีมงาน FastShip ดำเนินการเข้ารับพัสดุ เมื่อได้รับพัสดุของท่านเรียบร้อยแล้ว ทีมงานจะดำเนินการทำเรื่องส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นพร้อมจัดส่งพัสดุของคุณไปยังจุดหมายปลายทางให้อย่างรวดเร็ว
  7. ผู้ส่งสามารถตรวจสอบสถานะของพัสดุได้ตลอดเวลาว่าตอนนี้สถานะของพัสดุได้ตลอดเวลาว่าพัสดุอยู่ในขั้นตอนไหน สินค้าไปถึงที่จุดใดแล้ว โดยนำเอาเลข Tracking code มาตรวจสอบในเว็บไซต์ของ FastShip ดูเช็คสถานะของพัสดุได้


Bitnami